สำเนาของ สำเนาของ รับรายได้โฆษณา (2).png
ค้นหา

[รีวิว] ศัลยกรรมเกาหลีของเฟิร์ส เปลี่ยนหน้าหมวยจืดให้เป็นหมวยแบ๊ว





ก่อนผ่าตัด

สวัสดีค่ะ เฟิร์สนะคะ~ วันนี้จะมาแชร์ความรู้สึกที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมนะคะ~

เดิมทีเป็นคนหน้าใหญ่มากค่ะ คือตัวเราเองก็เป็นคนอวบๆเนื้อแก้มเยอะอยู่แล้ว  บวกกับกระดูกหน้าโดยเฉพาะช่วงกรามคือบานใหญ่มากๆค่ะ

เวลาถ่ายรูปหน้าตรงๆก็จะหน้าบานมากกกก หรือด้านข้างที่เพื่อนชอบถ่ายตอนเราเผลอๆ ก็จะเห็นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเลยT^T


โดนแซวเรื่องหน้าบานหน้าเหลี่ยมมาเรื่อยๆเลย ยิ่งช่วงมหาลัยที่น้ำหนักลดลง คนทั่วไปก็จะสวยขึ้นเพราะเห็นกรอบหน้าชัดใช่มั้ยคะ

แต่กับเราแล้วไม่เลยค่ะ ยิ่งผอมลง ยิ่งเห็นหน้าที่เป็นเหลี่ยมชัดมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยกล้าจะไดเอทแบบสุดๆเท่าไร(ไม่ได้เอาเรื่องหน้าเหลี่ยมมาอ้างน๊า 555555)

เพราะถ้าเรามีแก้มมันก็จะยังดูหน้ากลมๆในบางมุมค่ะ แต่เอาจริง ถ้าถ่ายหน้าตรงยังไงก็จบค่ะ ทีวีดีๆนี่เอง TTTTwTTTT


นอกจากรูปหน้าที่ค่อนข้างบานใหญ่เหลี่ยมแล้ว ด้วยความที่ตัวเองหน้าหมวยมากๆๆ ตาชั้นเดียว และเรียวแหลม

ตาจึงไร้อารมณ์แบบสุด ๆ หลาย ๆ คนก็ทักว่าตาค่อนข้างดุ ตานี่เป็นส่วนที่ทำให้เราดูเป็นคนหน้าบึ้งตึง ดูไม่เป็นมิตร หน้าไม่รับแขกเอาซะเลย เพราะแบบนี้ค่ะก็เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นซะเลย


นอกจากกระดูกหน้า , ตา ก็ยังมีจมูกอีกค่ะ 55555 จมูกของเราที่มีแค่รูไว้หายใจจริง ๆ ไม่มีสันดั้งขึ้นมาเลย

แล้วก็เป็นคนที่จมูกสั้น เนื้อเยอะ จมูกบาน -*- แต่ช่วงปลายจมูกยังเชิดๆบ้าง เวลาถ่ายรูปเลยยังแอ๊บว่ามีดั้ง(ทั้งที่ความจริงคือที่ราบเรียบแบนมากๆ T^T)


เอาจริงตัวเราเองตัดสินใจลังเลไปมาอยู่นานมากๆนะคะกว่าจะตัดสินใจทำศัลยกรรม

บอกเลยว่าลึกๆเป็นคนขี้กลัวมากกกกกกกกกกกกกค่ะ  กลัวเจ็บ กลัวเป็นแผลเป็น กลัวอักเสบ กลัวสารพัดจะกลัว

ทั้งชีวิตไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลยค่ะ นอกจาก Botox กราม ซึ่งไม่ตอบโจทย์มากๆเลย เพราะหน้ามันใหญ่จากกระดูก 🙁

แต่ด้วยความที่ก็ศึกษาหาข้อมูลบ้าง และยิ่งเห็นหลายๆเคสที่ทำมาแล้วก็มีแต่สวยขึ้นๆกันทุกคน ก็เลยเลือกทำศัลยกรรมในที่สุดค่ะ ^w^

ซึ่งเฟิร์สเข้ารับการผ่าตัดกับ รพ. บาโนบากิ ประเทศเกาหลีค่ะ!

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันผ่าตัด

มาค่ะ วันนี้ที่รอคอยมาเนิ่นนาน >w<


ก็ตื่นเต้น ๆ พอควรนะเอาจริง ในท้องก็โหวงเหวง (ก็งดน้ำงดอาหารมา 8 ชม. ก็จะหวิวๆแบบเนี้ยะล่ะ -*-)

มาถึง รพ. ก็อย่าลืมแจ้งชื่อที่เดสก์ชั้น 1 นะคะ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ชั้น 1 จะได้วอร์ประสานงานแจ้งล่าม/เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสเราค่า

พอเสร็จ เราก็ถูกพาไปเจาะเลือด และก็ขึ้นไปยังชั้น 5 ทำการเปลี่ยนชุด

ก็จะมีชุดคลุมสีชมพู กางเกงในกระดาษ รองเท้าแตะ ถุงพลาสติกเอาไว้ใส่พวกรองเท้า และกระเป๋าดำเพื่อใส่ของทั้งหมดรวมกันอีกที


(กำลังใจเพียบ xD)

เอาจริงอารมณืตอนเปลี่ยนชุดเสร็จนี่แบบ บรรยายไม่ถูกเลย ตื่นเต้น+กังวล+กลัว สารพัดเลยค่ะ

แต่มันก็จะผ่าแล้วนิ ได้แต่คิดถึงรีวิวคนสวยๆเพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นลง 55

ก่อนผ่าตัด ก็จะได้ปรึกษากับคุณหมออีกครั้ง ได้ทำการถ่าย X-ray และ CT Scan (สำหรับเคสผ่าตัดโครงหน้านะจ๊ะ)

เราผ่าตัดกับ คุณหมอ ปาร์ค ชิน กี ค่า คุณหมอปาร์คเป็นกันเองมากๆ คุณหมอท่านจะถามสไตล์แบบที่เราชอบก่อนค่า

เราก็เอารูปที่เตรียมมาโชว์เลย พอโชว์รูปสไตล์ที่อยากจะได้เท่านั้นล่ะ ภายในห้องถึงกับเงียบ 55555

คุณหมอน่าจะกดดันน่าดู แต่คุณหมอก็บอกจะทำออกมาอย่างสุดฝีมือและเต็มที่ที่สุด >3<

ส่วนของตา คุณหมอปาร์คเลือกวิธีปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด + เปิดหัวตาให้เราค่า

ที่ต้องเปิดหัวตาด้วยเพราะหัวตาเรามันกลมๆแคบๆ มองดดูแล้วแลดูอึดอัดๆนะคะความเห็นเรา

ส่วนของจมูก ก็ใช้หลายเทคนิคเลย แน่ ๆ ใช้ซิลิโคนตัวไอ+กระดูกอ่อนหลังหู

(ของเราคุณหมอเลือกใช้หูข้างขวา)+ลดปีด+ยกปลายจมูกให้สูงขึ้น+ดึงปลายจมูกให้ลงมาเพื่อลดการเห็นรูจมูก+เหลาฐาน

ส่วนของปรับรูปหน้า ก็ครบเซทเลยค่า ลดโหนกแก้ม+เหลากราม+ดึงกระดูกคางออกมา

แต่ส่วนของช่วงโหนกแก้มความจริงคุณหมอก็ไม่ถึงกับไม่แนะนำ แต่คุณหมอปาร์คท่านก็อธิบายก่อนว่า

ด้วยความที่ตัวเราช่วงหน้าผาก ขมับค่อนข้างกว้าง ดังนั้นตรงโหนกแก้มก็อาจลดไม่ได้เยอะ

ไม่งั้นจะดูไม่รับกันค่ะ ผลออกมาอาจจะไม่เห็นว่าโหนกแก้มเล็กลงเท่าไร แต่เราก็ทำค่ะ ทำทั้ง 3 จุดค่ะคุณหมอ~~


หลังจากปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปนั่งพักที่โซฟาตรงชั้น 5 แปปนึงแล้วก็ไปยังชั้น 4 เพื่อทำการเมคโอเวอร์ค่าา

 ♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

คืนหลังผ่าตัด

จำได้ว่าตื่นเองนะ ไม่มีคนปลุก ป้าพยาบาลแค่หันมาอ้าวตื่นละหรอ เราก็มองแบบงงๆ ถามป้าพยาบาลว่ากี่โมงแล้วคะ ตอนนั้นเข้าใจผิดคิดว่า9โมงเช้า(ความจริงสามทุ่ม555) ก็นึกว่าอ้าวยังไม่ผ่าโครงหน้ากับจมูกหรอ พอเสร็จป้าพาไปแอดมิทชั้น6 ก็งงอ้าวเรายังไม่ผ่าจมูกโครงหน้ารึเปล่านะ แต่เอ๊ะเลือดกำเดาไหล(ตอนนั้นไม่มองกระจกเลย) ป้าพยาบาลใจดีนะ บอกว่าการผ่าตัดออกมาดี แต่เราก็มีไข้หน่อยๆเพราะคุณไม่สบายอยู่ ป้าพาไปเข้าห้องน้ำ ปิดแอร์ที่ห้องให้เพราะรู้ว่าเราหนาว รักป้ามากค่ะ ซารังเฮ

และตี1ล่ามพี่กิ้บก็มาดู ตอนนั้นพี่กิ้บนึกว่าเราหลับ ความจริงนี่ไม่หลับเลย (หลับไม่ลง ระบมและอึดอัด แต่ตอนนั้นยังสับสนว่าผ่าจมูกกับรูปหน้ายัง)55555 พี่กิ้บก็อยู่ดูนานพอควรเลย ขอบคุณพี่กิ้บมากๆ ฮืออออออ ช่วยเทนมและอธิบายสิ่งที่ควรทำหลังผ่าเช่นว่าให้บ้วนปากจนกว่าจะไม่เห็นเลือด และก็กินนม กินละก็ต้องบ้วนปาก และก็พยายามบ้วนปากทุกชม. ก็จะเห็นจากในภาพสิ่งที่พยาบาลเอามาให้คือมี นม,น้ำยาบ้วนปากขวดฝาเขียว(บ้วนแล้วต้องบ้วนน้ำเปล่านะ ไม่งั้นฟันเหลืองเดออ)และแก้วกระดาษยังต้องบีบให้มันแหลมๆ เพราะเราอ้าปากแทบไม่ได้เลย


และเราก็นอนๆลุกๆมาบ้วนปาก และลุกไปเข้าห้องน้ำเองตลอดคืน

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่1

ตอนเช้าพยาบาลมาทำความสะอาดให้ รู้สึกว่ามีตัดเทปหน้าจมูกไปด้วยนะ และคลีนแผลให้ทุกส่วน และก็โปะไอซ์แพคให้เพราะเราบวมมาก พอเสร็จหมอปาร์คชินกีก็มาเช็คแปปนึง หมอมาคุยๆกับพยาบาลไม่ถึง 2 นาที(ฟังไม่ค่อยออก ฮืออ แต่ได้ยินพยาบาลบอกงั้นให้ออกจากรพ.ได้เลยนะคะ ไม่มีปัญหาไร ปกติดี แค่นั้นล่ะ) แล้วล่ามก็มาหา ล่ามช่วยอธิบายว่าต้องทำอะไรบ้างหลังจากออกจากรพ.แล้ว และพยาบาลก็เอาสายเดรนเลือดออกให้(เอาจริงๆไม่เจบเวอร์แบบคนอื่นบอกเลยนะ ทนได้อะ อะไรเจ็บสุดนี่ว่าตอนคลีนแผลหลังหูมากกว่า พยาบาลเช็ตเยอะเพราะคราบเลือดน่าจะเยอะ)

หลังจากเอาสายเดรนออกต้องงดน้ำ อาหารอีก6ชม.นาจา ห้ามบ้วนปากด้วย เมื่อคืนหลังออกจากห้องผ่าล่ามแนะนำว่าให้กินนมรอก่อนพยาบาลจะมาตอนเช้าเลย ไม่งั้นหลังจากเอาสายเดรนเลือดออกจะหิวมากๆ (หิวจริง แต่กินไม่ได้)


ความรู้สึก ณ วันนี้คือเจ็บทุกแผล ระบม แต่เดินไหวนะ เดินได้แต่ค่อยๆเดิน เดินเร็วๆแบบปกติยังไม่ได้ เลือดกำเดายังไหลบ้างประปราย แต่ล่ามบอกว่าเป็นอาการปกติ จะไหลช่วงแรกๆแต่เดี๋ยวจะค่อยๆหายเอง และก็รู้สึกง่วงนอนมากๆ แต่นอนไม่ลง เพราะระบมแผล

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่2 

วันนี้ก็บวมมากกกกกก และมีไข้หน่อยๆ แต่ก็ถือเป็นอาการปกติ ก็ประคบเย็นเยอะๆ กับปั่นจมูก บ้วนปากตลอดวัน แทบจะทุกชั่วโมง คอแห้ง มีเสมหะปนเลือดออกมา พยายามกินน้ำอุ่น น้ำธรรมดาเอา และบ้วนปากทุกครั้งที่กินน้ำ กินยา เริ่มเดินออกจากห้องบ้าง แต่เดินแปปๆเหนื่อย ก็นั่งพักประคบเย็นสลับเอา วันนี้เลือดกำเดาไม่ไหลเท่าวันแรกแล้ว แต่ก็ยังมีไหลอยู่นะ และค่อนข้างเจ็บแผลแถวจมูก วันนี้ก็ต้องแกะเทปผ้าตรงคางออกเอง แกะออกง่ายมากเวอร์ ไม่เจ็บ ไม่แกะยากเหมือนที่คนอื่นเค้าว่ากัน แต่กาวจากเทปผ้ายังเหลืออยู่ ล้างยากมากจริงๆ และก็กินแต่นมทั้งวัน ยังไม่กล้ากินอะไรที่แบบต้องเคี้ยวหรือใช้เหงือกดุนๆ


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่3 

วันนี้เลือดกำเดาแทบไม่ไหลแล้ว แต่ปั่นจมูก บ้วนปากบ่อยมากกก และก็ประคบเย็นตลอดวันสลับกับเดิน แต่เดินแล้วเหนื่อยง่ายหน่อย เพราะกินแต่แค่นมไป แต่วันนี้เย็นๆเลยลองกินคุ้กกี้แบบนิ่ม2ชิ้น แล้วลองแปรงฟันเอา ใช้แปรงสีฟันของเด็กจุ่มน้ำยาบ้วนปาก ก็พอแปรงไหวอยู่(กลัวปากเน่า พยายามง้างปาก) แต่ตรงตาช้ำหนักมาก ม่วงเป็นที่คาดตาแบบแบทแมน5555 ㅠㅠ ตาขาวจะช้ำ กลายเป็นสีแดงๆ (แต่เป็นเรื่องปกตินะ) คอนดิชั่นร่างกายโดยรวมดีขึ้นนิดนึง แต่ก็ยังอึดอัดกับการหายใจมากๆ การมองก็ลำบากนะเพราะระบม เจ็บหน่วงๆตรงที่เปิดหัวตา แต่ตรงหน้าผากเทียบกะวันที่1แทบไม่บวมแล้ว(ไปไล่ดูคลิปที่ถ่ายไว้ วันที่1คือเห็นหน้าผากตัวเองบวมเหมือนฉีดฟิลเลอร์เลย55) แต่ตอนนี้มาบวมออกตรงวีไลน์และเหนียงแทน เศร้า และสังเกตเห็นมีรอยช้ำถึงตรงกลางคอ (ล่ามบอกว่าความช้ำมันจะไหลลงข้างล่างเรื่อยๆนะ) แต่เดี๋ยวคงดีขึ้น ตอนนี้ผิวหน้าแห้งมากๆ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ


และก็ตอนเย็นไปสระผมที่ร้านสระผมแถวรพ.ได้แล้ว สบายหัว~

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 4 

วันนี้ตอนตื่นมารู้สึกช่องปากบวม แน่นช่องปากมาก ก็รีบกินยาและก็โอเคขึ้น ส่วนเลือดกำเดาไม่ค่อยไหลแล้ว แต่ตอนแคะจมูกยังมีไหลบ้าง วันนี้เริ่มกินอาหารอ่อนๆ กินโจ้กไก่ฉีก เต้าหู้ กินแบบกลืนและใช้เหงือกดุนๆเอาเท่านั้น กินเสร็จแล้วรีบแปรงฟันบ้วนปาก(เพื่อความสะอาด) แล้วก็ประคบเย็น


(ในรูปเป็นเต้าหู้ กินง่ายนิ่มๆดีจ้า)

วันนี้สระผมเอง ก็พอไหวอยู่ แต่ตอนเงยหน้า ตรงช่วงสันกรามก็แอบเมื่อยๆยากที่จะเงย ตลอดวันก็บ้วนปากกับปั่นจมูกเรื่อยๆไม่ชัวร์ว่าทำทุกชม.มั้ย แต่ทำเรื่อยๆเลย จมูกนี่ปั่นแบบใช้คัตตอนบัตวันละห่อเลยเพราะน้ำมูกไหลเยอะมาก หัวค่ำก็เดินๆในที่พัก และก็ประคบเย็นสลับไปมาค่ะ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่5 

รู้สึกโอเคมากขึ้น วันนี้ค่อนข้างไอ และเสมหะมีเลือดออกมาบ่อยกว่าวันที่ผ่านมา(น่าจะเป็นเลือดที่ตกค้าง) ตอนเช้ากินโจ้กกับเต้าหู้ไปเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้เริ่มอ้าปากได้เยอะขึ้น แก้วกระดาษที่ใช้ไม่ต้องบีบให้เป็นแหลมๆแล้ว และก็ประคบเย็นเรื่อยๆตลอดวันเลยนะ บ้วนปากเรื่อยๆ ปั่นจมูกเรื่อยๆ เพราะน้ำมูกเยอะ แต่คิดว่าช่วงแก้มตรงกรามหายบวมเยอะกว่าเมื่อวานแบบสังเกตได้นะ แต่ตรงเหนียงยังบวมมากอยู่ หรืออ้วนเพราะเป็นทุนเดิมก็ไม่รู้ T^T ช่วงบริเวณคอที่บวมพอจับๆลูบๆไป ก็รู้สึกว่ามันแข็งๆตึงๆอยู่นะ


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 6

วันนี้ได้มาทำนวดหน้าที่รพ.แล้ววว ทำเพื่อเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก รู้สึกสะอาดหน้าสักที หลังจากปล่อยเละเน่าเหนียวมานาน เสร็จแล้วล่ามก็พาไปอบออกซิเจน การอบออกซิเจนนี่ตอนแรกคิดว่าชิลๆ เพราะเค้าบอกเล่นมือถือได้นะระหว่างทำ แต่เอาเข้าจริงหูอื้อมากกว่าที่คิด อื้อแบบช่วง2-3นาทีแรกแทบจะกดปุ่มเหลืองไม่ไหวอะ(ในตู้จะมีปุ่มเหลืองอยุ่ข้างซ้ายเรา ถ้าไม่ไหวกดปุ่มเอา) แต่พอผ่านไปเกือบ10นาทีก็ชิน โอเคขึ้น

แล้วก็ไปตัดไหมที่หัวตา ตัดไหมที่เป็นปมจุดนึงตรงท้ายบริเวณหนังตา ตัดไหมหน้าจมูก ตัดไหมตรงไรผมที่ทำโหนกแก้ม พยาบาลบอกให้แคะจมูกให้สะอาดกว่านี้นะ แล้วก็คลีนแผลให้ทั้งหมด กับเอาเฝือกที่จมูกออกให้ และก็ทำตัวบล็อคจมูกให้(ใส่เฉพาะตอนนอนกับตอนที่อยู่กับคนเยอะๆและกังวลว่าคนจะมาชนหน้าโดนจมูกเรา) พยาบาลที่ตัดไหมทำแผลให้ชื่อจียอง น่ารักดี เค้าบอกก่อนว่าตัดไหมหัวตาจะเจ็บหน่อย ไม่ไหวก็บอกนะ ซึ่งเจ็บจริงจ้า น้ำตาไหลเลย แต่กัดฟันทนมาก พยาบาลเกาหลีใจดีกว่าที่คิด ตอนแรกเราก็คิดว่าว่าพยาบาลเกาหลีต้องโหดๆ จ้องจะตัดให้จบๆอย่างเดียว ความจริงพยาบาลเกาหลีซอฟกว่าที่คิดไว้มากๆเลออ

หลังจากนั้นก็ไปทำฉายแสงลดบวมหรือที่เรียกว่าสมาร์ทลุค ก็นอนหลับตาฉายแสงไป20นาที เพื่อช่วยลดบวม


วันนี้กับการกินอาหารรู้สึกว่ากินได้เยอะขึ้น เพราะเริ่มกินแยมโรลไป อิอิ แต่ก็หั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ยัดเข้าปากที่อ้าได้น้อยนิดและก็ใช้ฟันค่อยๆเคี้ยว ก็พอเคี้ยวได้อยู่ แต่ไม่ได้บดเคี้ยวแรงนะ มันยังชา ยังตึง เคี้ยวขนาดนั้นไม่ได้ เคี้ยวก็ไม่ละเอียดหรอก แต่ก็ถือว่าอาทิตย์เดียวเริ่มกลับมาทานได้เท่านี้ก็โอเคมากๆกว่าที่คิดไว้นะ ส่วนเสมหะยังมีเลือดปนบ้างแต่น้อยลงเรื่อยๆ แต่จะไอหนักอยู่ แต่ไม่รู้เพราะก่อนผ่าก็เป็นไข้หวัด มีอาการไออยู่แล้วด้วยมั้ย ตอนนอนก็ยังคงประคบเย็นอยู่เพราะเราถือว่าบวมมาก ความเย็นจะช่วยลดบวมได้

ตอนเช้ากินโจ้กฟักทองหวานแสบคอมาก ครั้งเดียวพอ

ตอนเที่ยงกินโจ้กกับโยเกิร์ตเยลลี่สตอเบอรี่ นมสตอเบอรี่ อร่อย


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 7

วันนี้ลองแต่งหน้า สรุปไม่รอดและไม่ปกปิดรอยช้ำเหลืองใดๆทั้งสิ้น เศร้า เพราะช่วงผ่าตัดผิวหน้าแห้งมากๆ เพราะไม่ได้ทาไรบำรุงเลย เลยแต่งหน้าไม่ค่อยติดเท่าไร ก็แต่งเท่าที่แต่งได้เอา แต่ก็รู้สึกร่างกายค่อนข้างใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนปกติ100%แล้ว แค่ยังต้องหมั่นบ้วนปาก เคี้ยวอาหารได้ยาก เพราะอ้าปากได้น้อย แต่ก็เริ่มชินกับอาหารคนป่วยอย่างโจ้ก55 อาหารการกินก็มีกินแยมโรล นม โจ้ก เยลลี่อะไรแบบนี้


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 8

วันนี้เหมือนช่วงบนๆสันจมูกจะบวมน้อยลงเพราะเริ่มเห็นสันเห็นเปนสโลปบ้างแล้ว จากที่บวมตุ่ยเป็นชมพู่ ส่วนหน้าก็รู้สึกบวมยังไม่เท่ากัน ด้านซ้ายแลจะดูบวมเยอะกว่า แต่พื้นฐานหน้าด้านซ้ายก็ใหญ่กว่าด้านขวาอยู่แล้วเลยไม่รู้เพราะเนื้อแก้มเดิมเองหรืออะไร

แล้วก็วันนี้มื้อเย็นทดลองกินซุนแด(ไส้กรอกเลือดของเกาหลี) ก็กินได้แล้วววว อาจด้วยเพราะซุนแดมันก็ไม่ได้แข็งอะไรมากมายด้วยมั้ง แต่ตอนเคี้ยวก็ยังค่อยๆเพราะจากอาการชา บวกกับยังเคี้ยวเยอะไม่ได้ และบริเวณที่เจ็บแปลบๆอีกที่คือช่วงปีกจมูกด้านขวา กับหลังหูที่กรีดเอากระดูกอ่อนไป(แต่รอยช้ำม่วงๆหายลงไปเยอะเลย) และก็ปวดหน่วงๆตรงสันจมูกด้านบนที่ช้ำเขียวๆ

แต่วันนี้ไอหนักมาก ไม่รู้เพราะเดิมที่ป่วยหรืออาการหลังผ่า ส่วนเสมหะน้อยลงจนเกือบจะไม่มีแล้ว แต่ยังมี ส่วนสีเสมหะก็ยังเหมือนมีเลือดปนๆอยู่นะ

ที่รอยช้ำม่วงๆแดงๆที่ตาก็หายลงบ้างแล้ว ค่อยๆดีขึ้น


แต่โดยรวมก็โอเคขึ้น มีอาการเจ็บแปลบๆบางจุดบ้างก็รอดูพ้นช่วงพักฟื้นไปเรื่อยๆ ส่วนการใช้ชีวิตก็แทบจะปกติแล้วล่ะ แค่เวลาพูดยังอ้าปากกว้างไม่ได้ เวลากินอะไรข้างนอกก็ขอกรรไกรเค้าตัดเป็นชิ้นเล็กๆเอา เคี้ยวก็ยังละเอียดๆไม่ได้ เศร้าใจกระเพราะเราต้องทำงานหนักมากๆ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 9

วันนี้ได้มาทำมาสาจรูปหน้าด้วยยยย สบายมากๆ ขั้นตอนก็จะคลีนหน้าก่อน และต่อด้วยการนวดผ่อนคลายหน้าประมาณเกือบ5-10นาทีนะคร่าวๆ (นวดมาถึงช่วงคอและแถวๆไรผมตรงหู ว้าว สบายมากๆๆๆ) แล้วก็คลีนหน้าให้ ลงมาร์กหน้าอีก5-10นาที ก่อนจะเสร็จคนนวดก็จะถามว่าจะให้ลงครีมชุ่มชื้นหรือครีมกันแดดให้ ประมาณนี่

โดยรวมความรู้สึกของวันนี้ก็ยังตึงทุกส่วนที่ผ่าศัลยกรรมมา แต่พวกรอยช้ำๆม่วงๆแดงๆเหลืองๆเขียวๆ(มีสีของความช้ำทุกเฉด555) เริ่มจางลงนิดหน่อยแล้ว แต่อาการบวมยังมากมายอยู่ ㅠㅠ หรืออ้วนก็ไม่แน่ใจ5555

อาหารการกินวันนี้มากินอาหารไทย!!!~~ ก็กินกระเพราไข่ดาว กินต้มยำกุ้ง กินปูผัดผงกระหรี่(อร่อยกว่าของที่ไทยอีกกกกก) แต่กระเพราเคี้ยวได้ครึ่งจานเพราะลุงใส่ผักบุ้งมาด้วย เคี้ยวยาก เมื่อยกราม ยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้ ㅠㅠ ก็เคี้ยวอาหารได้นะ แต่เอาจริงเคี้ยว2-3ทีและกลืนเลย แล้วก็ยังบดเคี้ยวไรมากๆไม่ได้ เพราะปากก็ยังอ้ามากไม่ได้ แต่ความหิวมันแซงทุกอย่างเลยกินๆๆ (จะลดน้ำหนักสำเร็จไหมจ๊าา55)


ณ ตอนนี้ก็ยังคงปั่นจมูก และบ้วนปากบ่อยๆนะ ตอนแปรงฟันก็ค่อนข้างแปรงได้เยอะขึ้นแล้ว แต่ก็ใช้แค่น้ำยาที่รพ.

ให้ผสมน้ำ+แปรงสีฟันอันเล็กของเด็กนะ ตอนนี้คือคุ้นเคยกับไหมในปากไปแล้ว5555 แปรงตรงที่เป็นรอยไหมด้วยเพราะกลัวเดี๋ยวมีเศษอาหารที่กินติดไหม

วันที่ 13

วันนี้รอยช้ำดีขึ้น อาการบวมก็ดูลดลง หลายๆคนก็ทักเรื่องอาการบวมลดลงไปเยอะเลยนะ มันก็ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็คิดว่ามันเพิ่ง2อาทิตย์เอง อย่างน้อยๆก็ต้องรอ3-6เดือนขึ้นไปอยู่แล้ว

ได้แต่บอกตัวเองว่ารอก่อนๆ55 ㅠㅠ


เรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ตอนล้างหน้ายังกังวลๆ ตรงช่วงหัวตาที่เปิดหัวตามา แล้วรู้สึกว่ามีรอยแผลแดงๆ ไม่รู้เพราะเวลาเราตื่นนอน ตอนล้างพวกขี้ตา ขยี้ตาแรงไปรึเปล่า

จมูกก็ยังคงใช้คัตตอนบัตปั่นอยู่นะ ยังไม่กล้าใช้นิ้วแคะ55 ตอนนี้ไม่มีเลือดแล้ว แต่น้ำมูกยังมีอยู่

แต่ไม่แน่ใจว่าอาการหวัดจากการศัลยกรรมหรือเพราะป่วยเดิมทีอยู่แล้วรึเปล่า ส่วนเสมหะก็ยังคงมีเลือดผสมปนออกมาบ้าง แต่ก็น้อยลงเรื่อยๆแหละ


อาหารการกิน เริ่มเคี้ยวเริ่มกัดได้มากขึ้น ช่วงนี้ก็กินอาหารปกติทั่วไป ไม่ได้กินอาหารคนป่วยแล้วนะ แต่ส่วนการอ้าปากยังอ้ามากๆไม่ได้ ก็ยังต้องหั่นชิ้นเล็กๆอยู่ การเคี้ยว เคี้ยวได้เยอะขึ้น แต่ก็ยังไม่เหมือนปกติ100% แต่ในแต่ละวันการเคี้ยวก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ หรือเพราะความหิวก็ไม่รู้555

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 14 

วันนี้ก็เหมือนรอยช้ำน้อยลงเรื่อยๆนะ แต่อาการบวมยังไม่ค่อยเห็นลงเท่าไร55 ㅠㅠ

จนแอบคิดว่าน่าจะเป็นแก้มเราแล้วล่ะมั้ง55555 ㅠㅠ

ส่วนอาการต่างๆ จมูกเลือดไม่มีไหลปนออกมาแล้ว แต่ก็ยังคงล้างจมูกอยู่นะ อิอิ แล้วก็เสมหะไม่มีเลือดผสมแล้วนะเท่าที่ดู เย้!!~

แต่ยังคันคอ ยังไอ โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะไอหนักมาก คันคอจนบางทีต้องตื่นมาเพื่อไอ เดาว่าเพราะตอนผ่าตัดเราก็หวัดลงคอ พอโดนสอดท่อยาสลบเลยอาจจะหนักไปหน่อย ก็ฟื้นฟูกันต่อไป~

อาหารการกินตอนนี้ก็กินอาหารปกติแหละ แค่เคี้ยวยังไม่ปกติ5555 แต่ก็หิว เลยหั่นชิ้นเล็กๆเอา ปากยังอ้ามากไม่ได้ แบบว่ายังอ้าปากเพื่อกัดกล้วยกินไม่ค่อยได้เลย

ส่วนการใช้ชีวิตอย่างอื่นปกติแล้ว~ แต่เวลาที่แต่งหน้าแล้วตอนล้างเมคอัพ ตอนเอาสำลีเช็ดที่หน้าก็ยังเจ็บๆ นะ ข้างในคงน่าจะฟื้นฟูอยู่ ส่วนจมูกก็ตึงหน่วง เอาจริงไม่ได้ตึงแค่จมูก55 รู้สึกตึงๆ อยู่เลยทั้งหมดที่ทำมา ตา จมูก และที่หน้า แต่ก็เพิ่ง2อาทิตย์เอง ข้างในร่างกายก็น่าจะกำลังฟื้นฟูอยู่แหละ

ตอนนี้ถ้าถึงไทยแล้ว ก็ตั้งใจจะลดน้ำหนักให้เต็มที่ เมื่อก่อนไม่กล้าผอมมากเพราะกลัวจะเห็นกรามเหลี่ยมชัด5555 ตอนนี้กรามเล็กลงแล้ว จะไดเอทแบบจริงจังแล้วน้า!! 55^^


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 22


ณ ตอนนี้รอยช้ำสามารถใช้เมคอัพปกปิดได้เนียนมากขึ้น เพราะมันจางลงเยอะมากๆแล้วนั่นเอง คิคิ แต่เลือดตรงตาขาวนี่ ปกปิดไม่ได้จริงๆ 55555 แต่ก็ค่อยๆจางลงทุกๆวันเลยน๊า~~ เวลาคลีนเมคอัพก็ยังเจ็บหน้าบางจุด จุดที่เจ็บก็มีตรงโหนกแก้ม ช่วงสันแนววีไลน์ และตรงคางข้างขวาจะเจ็บจี้ดๆเวลาพูด คิดว่าข้างในแผลน่าจะค่อยๆฟื้นตัวอยู่ หุหุ อย่างอื่นก็ใช้ชีวิตเกือบปกติ100% แค่ว่าการเคี้ยวก็ยังต้องกินอาหารนิ่มๆ คำเล็กๆ (แต่กินเยอะมาก หิว แต่ก็กินแต่อาหารคลีน ) แม้จะกินเยอะแต่ก็คุมอาหาร ไดเอทหนักมากนะคะ เพราะเคยได้ยินมาว่าคนผ่าตัดปรับโครงหน้า หากช่วงที่รอยุบบวมไม่ไดเอทคุมอาหาร ตอนหายมันอาจจะทำให้เห็นโครงหน้าไม่ชัด แล้วยิ่งเดิมทีเราก็เป็นคนอวบๆ แก้มเยอะอยู่แล้วด้วยย ㅠㅠ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 24


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

1 เดือน


ครบเดือนนึงแล้วจ้า

หน้าหายบวมลงเยอะกว่าเดิมมากๆจากที่สังเกตได้ค่ะ แต่ถามว่ามันยังคงบวมมั้ย ก็ยังคงบวมนะคะ สำหรับเราเองเวลาจับหน้า เช็ดหน้า ก็ยังมีเจ็บๆอยู่ค่ะ คิดว่าแผลมันกำลังอยู่ช่วงฟื้นตัวแหละ ส่วนของตาเราคิดว่าเกือบจะหายดีแล้วนะคะ ชอบชั้นตามากเลย!!!~~ ส่วนจมูกนั้น ช่วงปลายจมูกยังตึงๆแข็งๆอยู่ค่ะ ยังไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนนะ 555

เรื่องอาหารการกิน ยังคงเน้นกินอาหารนิ่มๆอ่อนๆ รสจืดสไตล์อาหารคลีน เพราะกลัวกินรสจัดแล้วจะนำมาซึ่งความบวม และก็ถือเป็นการไดเอทไปในตัวด้วยค่ะ55555 แต่ก็เริ่มลองกินของที่แข็งๆดูบ้างนะคะ เช่นแอปเปิ้ล ผลปรากฏคือ เคี้ยวแล้วเมื่อยช่วงกรามค่ะ5555(เมื่อยแบบเหมือนคนที่เพิ่งไปฉีดโบท็อกซ์มาเลย) แนะนำสำหรับใครอยากกินแอปเปิ้ลตอนนี้เอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้แทนก่อนนะคะ แต่พวกผลไม้นิ่มๆกินได้ปกติเลยค่า แต่ยังอ้าปากกว้างแบบเดิมตอนยังไม่ผ่าไม่ได้นะคะ หั่นชิ้นเล็กๆเอาค่ะ ^o^

ตอนนี้การใช้ชีวิตแทบจะปกติเกือบ100%แล้วค่ะ สำหรับการผ่าโครงหน้า อาการที่ยังหลงเหลืออยู่คือ ความบวม(อดทนเดินเยอะๆ+รัดหน้า+ประคบเย็นต่อไป~~!!),การอ้าปาก(อ้าได้เยอะขึ้น แต่ยังไม่สุด อิอิ ประมาณว่าไข่นกกระทายังต้องตัดแบ่งกินนะคะ อ้ำคำเดียวยังไม่ได้~~~) ,การเคี้ยวอาหารที่ค่อนข้างเหนียวแข็งจะเมื่อยๆกราม , เวลาเช็ดหน้าแรงๆก็จะยังเจ็บๆบ้าง , แผลที่ผ่าตรงไรผม 2 ข้างถ้าจับๆลูบๆยังเป็นไตแข็งๆและเจ็บแปล๊บๆอยู่ค่ะ ภายนอกเหมือนจะยังคงบวมด้วย เพราะมีผิวนูนออกมาหน่อยๆ แต่เอาจริงถ้าไม่สังเกต ไม่จับ ก็ดูไม่ออกนะคะ

ส่วนจมูก เรากลายเป็นติดนิสัยปั่นจมูกทำความสะอาดบ่อยๆไปแล้วค่ะ 55555 ตอนเราผ่าตัดใหม่ๆในจมูกมีก้อนเนื้อบวมค่ะ ตอนนี้ก้อนเนื้อเล็กลงมากๆจนแทบจะแบนเรียบหายไปแล้วค่ะ (ก้อนเนื้อที่บวมมาไม่มีผลต่อการหายใจนะคะ แค่ช่วงที่มันเกิดมาใหม่ๆมันทำให้เราแพนิคค่ะ ฮือT^T แต่เวลาผ่านไปก้อนเนื้อเค้าก็ค่อยๆยุบลงเรื่อยๆเองค่ะ)

ส่วนตา ชั้นตาเราโอเคมากๆเลยค่ะตอนนี้ ชอบมากเลย แค่เดือนเดียวเท่านั้นชั้นตาเล็กลงเท่านี้เราพอใจมากๆค่ะ คิดว่าถ้าผ่านไป2-3เดือนน่าจะดูธรรมชาติแบบคนต้องไม่รู้แน่ว่าทำศัลยกรรมมา อิอิ แต่ว่าบริเวณหัวตาที่โดนเปิดหัวตานั้น ยังมีเจ็บแปล๊บๆบ้างนะคะตอนที่เราเช็คเครื่องสำอาง ก็ต้องเช็ดเบามือเอาค่ะ ~

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

46 วันหลังผ่าตัด


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

2 เดือนแล้วค่า

ตอนนี้รู้สึกเวลาเช็ดหน้าไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ จะมีก็บริเวณตรงโหนกแก้มค่ะ ที่พอกดแล้วยังมีปวดเบา ๆ (แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเช็ด ไปทำอะไรที่หน้าก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะ ปกติเลย~ ) ส่วนแผลที่ไรผมลักษณะผิวนูนเล็กลง แต่ยังเป็นแข็งๆ อยู่ตอนลูบค่ะ

ตอนนี้การเคี้ยวบอกเลยว่าเริ่มกินแอปเปิ้ลแบบไม่ต้องเอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้ได้แล้วจ้า

แต่ก็ยังต้องขอเป็นหั่นชิ้นเล็กๆ นะคะ 5555 แต่ก็โอเคสำหรับเรามันทำให้เรารู้ตัวค่ะว่าการเคี้ยวของเรากลับมาเป็นปกติขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ การอ้าปากสำหรับเรา เราว่า 85% ละกันค่ะ


 เวลาอยากจะยิ้มแรง ยิ้มกว้างไรงี้ยังรู้สึกตึงๆอยู่  ยังฉีกยิ้มเต็มที่ไม่ค่อยได้เท่าไรค่ะ กลายเป็นคนยิ้มน้อย ยิ้มอ่อนไปก่อนชั่วคราว555 (ยิ่งถ้าได้ยินเรื่องตลก อยากจะหัวเราะนี่แอบทรมานนะคะ หัวเราะโดยการทำปากจู๋ไปก่อนค่ะ555 ^3^) ช่วงนี้เรายังคงประคบเย็น และรัดหน้าเรื่อยๆนะคะทุกคน (ไม่ได้เป๊ะมากเท่าช่วงแรก แต่ยังทำค่ะ) และก็พยายามขยับตัวเพื่อช่วยลดบวมค่ะ

ช่วงปลายจมูกก็นิ่มลงบ้างแล้วค่ะ แต่มันก็ยังตึงและแข็งอยู่นะคะ(ยังคงไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนค่ะ5555) ส่วนเจ้าก้อนเนื้อในรูจมูกนั้น 90% ดีขึ้นแล้วค่า ตอนนี้ได้แต่รอให้ปลายจมูกนิ่มลง ไม่แข็งไม่ตึง(อยากบีบสิวเสี้ยน555) เราจะเอาไอซ์แพ็คมาทาบตรงช่วงหน้าแก้มให้ใกล้กับปลายจมูกค่ะ เผื่อทำให้เค้าหายบวมเร็วขึ้น (คิดซะว่ากระชับรูขุมขนไปในตัว อิอิ)

ส่วนของตานั้น ทุกคนที่พบเจอคือทักตาเราก่อนเลย(เพราะเดิมทีมันตาชั้นเดียว ตาที่เป็นขีดเดียว – -) จนเพื่อนบางคนที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วยังอยากทำตาม55555 ตรงหัวตาตอนนี้เวลาเช็ดเครื่องสำอางก็ไม่เจ็บเท่าเดิมแล้วค่ะ อาการมันดีขึ้นเรื่อยๆเลย นอกนั้นก็เป็นปกติแล้วค่ะ ฮุฮุ ^w^

ครบ 3 เดือนแล้วจ้า


ตอนนี้ใช้ชีวิตเหมือนเดิมแบบปกติมากค่ะ แต่อาการบวมเราว่ายังคงเหลืออยู่นะคะ ยังมีไต ๆแข็ง ๆบ้างค่ะ 5555

การอ้าปาก ก็อ้าปากได้เต็มที่แล้ววว(แต่ตอนอ้ามันรู้สึกตึง ๆนิดนึง แต่ก็อ้ากว้างได้แล้ว ฮี่ ๆ)

การกินอาหาร การเคี้ยวก็ปกติแล้วค่ะ กินของแข็งของเหนียวได้แล้วนะคะ

ตอนเคี้ยวก็ไม่เมื่อยกรามเหมือนช่วงแรกแล้วด้วย

เวลาเช็ดหน้าตอนนี้เราว่าไม่เหลืออาการเจ็บแบบช่วงก่อนนี้แล้วค่ะ

แผลไรผมก็เช่นกัน แทบจะเรียบไปหมดแล้วววว

เพิ่งได้มาสำรวจบริเวณแผลหลังหู คือแผลเรียบเป็นปกติ จนลืมนึกถึงไปเลยว่าหลังหูก็โดนกรีดเอากระดูกไปทำจมูก 555 อ่อแต่ว่าช่วงที่เอาที่รัด รัดหน้า อาจจะมีเจ็บตรงแผลหลังหูอยู่บ้างนะคะ แต่ถ้าไม่ไปโดน ไม่ไปยุ่งกับเค้า ก็ปกติเลยค่ะ


จมูกช่วงปลาย ๆเริ่มนิ่มแล้วค่า (ตอนนี้เราเริ่มกล้าบีบสิวเสี้ยนจมูกแล้วค่ะ แต่ใช้คัตตอนบัตช่วยนะคะ555555) ก้อนเนื้อที่บวมในรูจมูกก็หายไปแล้วด้วย ^w^ (แต่ติดนิสัยปั่นจมูกบ่อยไปแล้วจริง ๆ ค่ะ พกคัตตอนบัตติดตัวตลอดเลย5555)

ส่วนของตา บอกเลยว่าตอนนี้ประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ๆค่ะ >w<

กรี้ดดดดดดด ชั้นตามันธรรมชาติมาก ๆเลยค่ะ เราว่าตาเราตอนนี้เข้าที่ปกติแล้วค่ะ ไม่บวม(คิดว่าไม่เหลือความบวมแล้วน๊า) ไม่มีอาการเจ็บตรงหัวตาแล้วด้วย

อ่ออ สิ่งที่เรารู้สึกได้ตั้งแต่ทำตามาอีกอย่าง คือเดิมเราเป็นคนตาชั้นเดียว เมื่อก่อนตอนตาชั้นเดียวเวลาปัดมาสคาร่าหรือดัดขนตา มันแทบไม่มีผลเลยค่ะทุกคน

 เพราะสุดท้ายด้วยความตาชั้นเดียวบวกกับอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดัดขนตายังไง ปัดมาสคาร่าดีๆ อันไหน ก็ไม่ช่วยอะไรเลย T^T ทำไงก็ดูเป็นคนขนตาน้อยหรือเกือบไม่มีขนตา

จนตอนนี้หลังจากทำการปรับกล้ามเนื้อตา(ไม่กรีด)+เปิดหัวตามา เวลาเราดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเรารู้สึกว่ามันเห็นแผงขนตาเราชัดขึ้นค่ะ(ไม่ต้องไปต่อขนตาปลอมแล้วววว 555) เวลากรีดอายไลน์เนอร์ก็ง่ายค่ะ ไม่ต้องถมซับถมซ้อน(ใครตาชั้นเดียวตอนกรีดอายไลน์เนอร์นี่ทมหนักมากค่ะ แงง)

 อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราตัดสินใจถูกมากๆที่ทำตาสองชั้น เพื่อนบางคนทักว่าไปต่อขนตามารึเปล่าด้วยค่ะ55555 (ร้านต่อขนตาปลอมเธอจะไม่ได้เงินจากฉันอีกต่อไปแล้ววว) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับทรงตาแต่ละบุคคลด้วยนะค๊า

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

🔺🔺🔺🔺🔺🔺

ผ่าตัดครบ 5 เดือนแล้ว


ก่อนอื่นมาเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังผ่าตัดกันก่อนเลย ว้าววว เปลี่ยนไปเยอะมากๆ

มาดูภาพตัวเองย้อนหลัง ยังแอบตกใจเหมือนกัน เราก็มาไกลเหมือนกันนะเนี่ย 5555

ตา : ปกติมากเดอค่า พึงพอใจสุดไรสุดดดดดด เริ่ดเริ่ดเริ่ด♥️♥️♥️♥️♥️

จมูก : ช่วงนี้ตื่นมาตอนเช้าๆ จมูกแอบมีน้ำมูกนิดนึง เลยใช้คัตตอนบัตรชุบน้ำเกลือเช็ดน้ำมูกค่ะ

 นอกนั้นก็ปกติแล้ววว สบายมากๆ แต่ก็ยังไม่กล้าเอานิ้วแคะนะคะ เพราะเราทำการลดปีกมาด้วย

รู้สึกว่ารูจมูกมันเล็กลงมากเลย ทั้งขนาด ทั้งรูจมูกเองค่ะ

ก็เลยใช้คัตตอนบัตปั่นแทนไปก่อนค่า (ในกระเป๋านี่พกคัตตอนบัตติดตลอดเลย)


โครงหน้า : ช่วงนี้โหนกแก้มด้านขวาเวลากัดฟันก็ได้ยินเสียงกึกๆค่ะ และก็ปวดเป็นบางช่วงค่ะ

เวลาเคี้ยวอาหารแข็งๆ เหนียวๆ ข้างขวาช่วงนี้ก็ลำบากนิดนึง ฟีลแบบคนเพิ่งฉีดโบมาค่ะ 5555

แต่เคยได้ยินจากน้องที่ผ่าตัดโหนกแก้มาเหมือนกัน อาจเป็นเพราะช่วงเราค่อนข้างเครียดมากๆ

ก็มีสิทธิ์ที่ตะทำให้เกิดเสียงกึกๆ นี้ได้ แต่เราก็ไม่ได้เจ็บ หรือ ปวดตลอดจนทนไม่ได้นะคะ

มันเป็นแค่บางช่วงเท่านั้น หรือถ้าไม่กัดฟันก็ไม่เป็นไรเลยค่า ~

แต่ช่วงประมาณ2อาทิตย์ก่อนครบ5เดือน เรามีไอเป็นลิ่มเลือดออกมาก้อนเล็กๆ ค่ะ แต่ได้คุยกับน้องล่ามบอกว่าประมาณช่วง 6 เดือนแรก ยังเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังพักฟื้นตัวอยู่ค่ะ

เลือดที่ยังค้างอยู่ด้านในยังขับออกมาได้อยู่ (ตรงคอก็เพราะเราสอดท่อยาสลบลงไป~) ไ

ม่ได้ถือว่าเป็นอาการน่ากังวลนะคะ เพราะเราไอออกมาแค่ครั้งเดียว และเราก็ไปหาหมอที่รพ.มาแล้วด้วย หมอก็บอกไม่มีไรอะผิดปกติ สบายใจได้ค่า ตอนนี้ประทับใจขนาดของหน้ามากค่ะ นี่ลองยกมือเทียบเลย


 โหห~ หน้าเราเล็กจะเท่ามือแล้ว(เมื่อก่อนบานมากกกกกกㅠㅜ) ภูมิใจผลงานคุณหมอปาร์คชินกีมากค่ะ ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ <3

🔺🔺🔺🔺🔺🔺

ครบ 6 เดือนแล้วค่าาา เริ่ดมากๆๆ


ตอนนี้อาการทุกอย่าง ตา, จมูก, โครงหน้า แผลต่างๆ ไม่มีอะไรให้กังวลเลยค่ะ

เพราะมันปกติหมดแล้วจริงๆ เพียงแต่ในช่องปาก ตรงเหงือกด้านล่างปาก มันจะยังตึงๆค่ะ

แต่อาการตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาต่อการเคี้ยวอาหาร หรือ การพูดอะไรเลย สบายมากๆ ชั้นตาตอนนี้เข้าที่มากๆค่ะ

 เวลาเจอเพื่อนหรือใครๆก็ตาม ทุกคนจะบอกว่าเหมือนไม่ทำ ไม่ใช่ว่าไม่ต่างจากเดิมนะคะ 5555 แต่เค้าไม่เห็นรอยแผลกันเลย ถ้าโกหกว่าตางี้แต่เกิดก็เชื่อ 555555555 เป็นปลื้มมากค่ะ ส่วนจมูก


สำหรับสายตาเรา เราว่าจมูกมันเริ่มเล็กลงๆ ดูเป็นทรงที่เห็นชัดขึ้นค่ะ เชื่อว่าในอนาคตมันน่าจะยุบกว่านี้อีกนะ แต่ตอนนี้ก็ชอบมากๆ ถูกใจมากแล้วค่ะ ฮิฮิ

ส่วนโครงหน้า เอาจริงๆถ้าดูในภาพอาจจะมองดูว่าหน้าเรากลมเป็นซาลาเปา TT 3 TT อยากบอกว่าเราอ้วนเองค่ะ 55555 ก่อนผ่าถ้าย้อนกลับไปดูbeforeเป็นคนจ้ำม่ำแก้มเยอะตราเด็กสมบูรณ์เลยค่ะ


 โครงหน้าเลยอาจจะยังเห็นกรอบไม่ชัดเท่าไร

แต่เพื่อนๆและคนรู้จักทุกคนบอกว่าหน้าเล็กลงจากก่อนมากๆๆ ยิ่งช่วงกรามนี่คือหายไปเลย

เพื่อนเอามือมาจับๆมาลูบๆตรงกรามเพื่อนบอกว่าโหวววไม่เหลือเป็นมุมสันกรามแบบเก่าแล้ว คิคิ



เยี่ยมชมโปรไฟล์คลินิกและดูข้อมูลราคา โปรโมชั่น รีวิว เพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาล บาโนบากิ (Banobagi Hospital)

หมายเหตุ ภาพ Before After บนเว็บไซต์ Oppa Me ทั้งหมด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป และราคาหรือโปรโมชั่นศัลยกรรมและความงามอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนรับบริการ สามารถอ่านเงื่อนไขได้ที่ เงื่อนไขการให้บริการ

รับประกันดูแลหลังผ่าตัดนาน 1 ปี

OPPA ME를 통해 한국 성형외과 정보를 쉽게 검색하실 수 있어요.

เกี่ยวกับเรา
พื้นที่ให้บริการ
  • คังนัม,โซล

  • กรุงเทพมหานครฯ

  • Facebook
  • Twitter

© 2020 by Oppa Me , Thailand

ผ่านการรับรอง MOU และสัญญาทางธุรกิจกับโรงพยาบาลประเทศเกาหลีใต้ | จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย DBD

oppa-logo2.png