top of page

Beauty Tips : ดูดไขมันเพื่อลดความอ้วน ได้จริงหรือ??

เพื่อตอบคำถามข้างบนนี้ เรามาลองทำความเข้าใจอย่างง่ายกันก่อน เกี่ยวกับน้ำหนักตัวของเรา การอดอาหาร ก่อนจะพูดถึงการดูดไขมันเป็นลำดับสุดท้าย..

มวลในร่างกายของคนเรานั้นหลักๆ ประกอบไปด้วย กระดูก กล้ามเนื้อ ของเหลว (เช่น เลือด) และไขมัน มวลไขมันนั้นถือเป็นสารที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเมื่อเทียบกับส่วนประกอบอื่นๆ อาหารและเครื่องดื่มที่เราทานเข้าไปทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายย่อยสลาย ดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นไปใช้ และขับถ่ายออกมา “น้ำ”หนักเราก็จะลดลงเล็กน้อย เพราะกากอาหารถูกกำจัดออกไปแล้ว ดังนั้น หากเราทานอาหารครบ 3 มื้อในปริมาณที่เหมาะสม น้ำหนักตัวของเราจะขึ้นๆ ลงๆ ในแต่ละวันเป็นเรื่องปกติ และหากเรางดอาหารเย็นในวันนี้ ในวันรุ่งขึ้นร่างกายก็จะเบาลง หน้าท้องจะยุบลงได้ เนื่องจากเราไม่ได้รับประทานอะไรเข้าไปเป็นเวลานานเกินกว่า 10 ชม.

แค่อดอาหารก็ผอมแล้ว ทำไมต้องดูดไขมัน?

หากคุณกำลังอยู่ระหว่างควบคุมอาหารและได้ผลดี และมีความพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้อยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องดูดไขมัน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ต้องการดูดไขมัน มักมีปัญหาอันเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “ไขมันส่วนเกิน”

ไขมันส่วนเกิน เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมัน (โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว) มากจนเกินไป ไขมันส่วนนี้จึงถูกนำไปสะสมในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย และอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

ไขมันที่สะสมในบริเวณที่ส่งผลต่อรูปร่างภายนอก เช่น เหนียง แก้ม ต้นแขน ต้นขา สะโพก เอว ด้านหลัง และอื่นๆ เหล่านี้สามารถดูดออกได้ แต่ไขมันบางส่วนที่ไปเกาะอยู่ตามอวัยวะภายในและหลอดเลือดมีผลต่อโรคต่างๆ ในอนาคต ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการดูดออก ต้องออกกำลังกาย (อย่างหนัก) เท่านั้น

ดูดไขมัน เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมตามร่างกายส่งผลต่อรูปร่าง และต้องการดูดออกเพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีขึ้น หรือเพิ่มความมั่นใจ แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายในบางรายที่เคยมีน้ำหนักตัวมากๆ หรือเคยอ้วนมากๆ มาก่อน หลังลดน้ำหนักแล้ว มีไขมันเกาะที่ผิวหนังบางส่วนและยังมีผิวหนังส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมา เช่นบริเวณรอบเอว แขน ขา หรือคาง อาการเหล่านี้สามารถทำการดูดไขมันรวมกับการผ่าตัดยกกระชับได้เช่นกัน

2 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดูดไขมัน


การดูดไขมัน คือ การทำให้ไขมันในร่างกายหลวมเพื่อให้ดูดออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น ซึ่งการทำให้ไขมันหลวมทำได้หลายวิธี เช่น ใช้คลื่นวิทยุ (RF) การใช้อัลตราซาวด์ (คลื่นเสียง หรือการฉีดสารละลายที่ทำให้ไขมันแตกตัวและดูดง่ายขึ้น ในการดูดไขมันแต่ละครั้ง อาจจะกำจัดไขมันออกไปได้มากถึง 60% ของไขมันทั้งหมด (โดยปกติคุณหมอจะไม่ได้ดูดออกทั้งหมด แต่จะดูดเฉพาะบริเวณที่ทำให้เกิดรูปร่างที่สวยงาม) หลังจากนั้นไขมันอาจจะกลับมาใหม่เมื่อเรารบประทานอาหารเข้าไป แต่อาจไม่ได้กลับมามากถึง 100% เท่าเดิม ดังนั้น หากเราไม่ได้ควบคุมปริมาณอาหารให้ทานแต่พอดี ก็อาจจะทำให้ไขมันเดิมขยายตัวใหญ่ขึ้นได้ หรือมีไขมันเข้าไปสะสมเพิ่มเติมได้อีกนั่นเอง


การดูดไขมัน “ไม่ใช่การลดความอ้วน” แต่เป็นเพียงการปรับรูปร่างเท่านั้น เพราะอย่างที่เราได้ทราบกันแล้วว่าไขมันนั้นมีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับส่วนประกอบอื่นในร่างกาย ดังนั้นแม้ว่าเราจะดูดไขมันออกไปเป็นปริมาณมาก น้ำหนักก็อาจจะลดลงไปเพียง 1 กก. เท่านั้น เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป น้ำหนักก็อาจจะกลับขึ้นมาเท่าเดิม แต่จะเห็นว่ารูปร่างเปลี่ยนไป มีทรวดทรงที่บางลงอย่างชัดเจน ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ หรือเป็นโรคอ้วน ต้องลดน้ำหนักตัวลงก่อนที่จะดูดไขมัน เพราะมีความเสี่ยงอันตรายจากโรคข้างเคียง เช่น ความดัน หรือโรคหัวใจ

อ้างอิงจาก บาทความของ :

ผศ. นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร สาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่งและแม็กซิโลเฟเชียล ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมเกาหลีได้ที่ LINE Official: https://lin.ee/IHhPjMF

  2. เยี่ยมชมโปรไฟล์ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาศัลยกรรมเกาหลีได้ที่นี่: https://www.facebook.com/rs.ksurgery/

ดู 3 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
GET THE Beauty (2).png
bottom of page