top of page
หน้าปก oppame (2).png

สเต็มเซลล์ SVF รักษาอาการปวดอักเสบ ฟื้นฟูข้อเสื่อมจากไขมัน

  • รูปภาพนักเขียน: Oppa Me
    Oppa Me
  • 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
สเต็มเซลล์ SVF รักษาอาการปวดอักเสบ ฟื้นฟูข้อเสื่อมจากไขมัน

การรักษาภาวะอักเสบเรื้อรังและอาการปวดข้อต่อในปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการใช้ สเต็มเซลล์ SVF ซึ่งเป็นนวัตกรรมการฟื้นฟูร่างกายด้วยเซลล์ของตนเอง นวัตกรรมนี้ช่วยยับยั้งการอักเสบในระดับเซลล์และกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดใหญ่หรือการรับประทานยาแก้ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิดบริสุทธิ์จากไขมันถือเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นการนำเซลล์ชีวภาพจากร่างกายผู้ป่วยกลับไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยลดอาการปวดในผู้ป่วยที่มีภาวะข้อต่อเสื่อมอย่างเห็นผล

ข้อสรุปสำคัญของการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดจากไขมัน:


  • สกัดจากเนื้อเยื่อไขมันของผู้ป่วยเอง มีความปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการแพ้

  • มีปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดหนาแน่นมากกว่าเลือดหรือไขสันหลังมากกว่า 1,000 เท่า

  • กระบวนการปั่นแยกและสกัดเซลล์สดใช้เวลาประมาณ 60 - 90 นาทีในห้องปฏิบัติการ

  • ช่วยลดค่าคะแนนความเจ็บปวด (VAS Score) ในผู้ป่วยข้อเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 - 6 เดือน

  • เป็นหัตถการทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ไม่ใช่สกินแคร์หรืออาหารเสริม


ทำความรู้จักสเต็มเซลล์ SVF กลไกใหม่ในการลดปวดและอักเสบ

สเต็มเซลล์ SVF คือกลุ่มเซลล์ต้นกำเนิดบริสุทธิ์และสารชีวภาพที่สกัดจากเนื้อเยื่อไขมัน ทำหน้าที่เข้ายับยั้งกระบวนการอักเสบ ลดสารก่อความเจ็บปวด และกระตุ้นการซ่อมแซมกระดูกอ่อนรอบข้อต่อในระดับเซลล์ ช่วยคืนความยืดหยุ่นและลดอาการปวดเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่


กระบวนการทำงานของกลุ่มเซลล์อาศัยความสามารถในการสื่อสารระหว่างเซลล์ เพื่อเข้ายับยั้งการทำงานของสารก่อการอักเสบในบริเวณที่บาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพอย่างตรงจุด

การฉีดกลุ่มเซลล์เข้าสู่บริเวณที่มีปัญหาจะช่วยหลั่งสารต้านการอักเสบและโกรทแฟกเตอร์หลายชนิด เซลล์เหล่านี้จะเข้าชะลอการขัดถูของกระดูกอ่อนและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อรอบข้อต่ออย่างต่อเนื่อง

กระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาตินี้ช่วยยับยั้งไซโตไคน์ชนิดก่อการอักเสบ เช่น TNF-alpha และ IL-1beta ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเรื้อรังในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

เมื่อสารก่อการอักเสบลดลง เซลล์ต้นกำเนิดจะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 2 และโปรตีโอไกลแคน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวกระดูกอ่อน

การประเมินผลการรักษาทางการแพทย์มักใช้เกณฑ์ Visual Analog Scale เพื่อวัดระดับความเจ็บปวดของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลการวิจัยชี้ว่าการฉีดช่วยลดค่าคะแนนความเจ็บปวดได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 ถึง 6 เดือน หลังได้รับการรักษา

นอกจากนี้ เซลล์ต้นกำเนิดยังช่วยปรับสมดุลสภาพแวดล้อมภายในข้อต่อ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น และลดโอกาสการเกิดข้อติดขัดในชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด

การปรับสมดุลชีวภาพภายในข้อต่อยังช่วยชะลอการสึกหรอของกระดูกอ่อนในระยะยาว ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้อย่างมีความสุข

การฟื้นฟูระดับเซลล์นี้ถือเป็นมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพข้อต่อ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ รักษาข้อเข่าเสื่อม เพื่อวางแผนการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี


ทำไมสเต็มเซลล์ SVF จากไขมันจึงมีประสิทธิภาพสูงกว่าแหล่งอื่น

สเต็มเซลล์ SVF จากเนื้อเยื่อไขมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าแหล่งอื่นเนื่องจากมีความหนาแน่นของเซลล์ต้นกำเนิดมากกว่าเลือดหรือไขสันหลังกว่า 1,000 เท่า และเป็นการใช้เซลล์ของตนเอง จึงปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการแพ้หรือต่อต้านเนื้อเยื่อ พร้อมเข้าซ่อมแซมข้อเสื่อมได้อย่างรวดเร็ว

การเลือกใช้เนื้อเยื่อไขมันเป็นแหล่งสกัดเซลล์ถือเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีข้อดีหลายประการดังนี้


  • Adipose-Derived Stem Cells มีปริมาณมหาศาลและจัดเก็บได้ง่ายจากชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

  • เซลล์มีความแข็งแรงสูงและพร้อมทำงานในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การใช้เซลล์ตนเองช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อแทรกซ้อนและการแพ้เนื้อเยื่อ

  • หัตถการอยู่ภายใต้แนวทางความปลอดภัยของ กระทรวงสาธารณสุข

เมื่อเทียบกับการเจาะสกัดจากไขสันหลังหรือการปั่นแยกจากเลือด เนื้อเยื่อไขมันให้จำนวนเซลล์มีชีวิตมากกว่าอย่างมหาศาล ทำให้การซ่อมแซมกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อต่อเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

งานวิจัยทางการแพทย์จากฐานข้อมูล National Institutes of Health ยืนยันว่าเซลล์จากชั้นไขมันมีอัตราการคงอยู่และการแบ่งตัวที่ดีกว่าเซลล์จากแหล่งอื่น

กระบวนการเก็บไขมันยังสร้างความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยน้อยกว่ามาก และสามารถทำได้ง่ายโดยใช้เพียงยาสลบชั่วคราวหรือ ยาชาเฉพาะที่

ปริมาณเซลล์ที่ได้จากการดูดไขมันเพียงเล็กน้อยนั้นเพียงพอต่อการรักษา โดยไม่จำเป็นต้องนำเซลล์ไปเพาะเลี้ยงขยายจำนวนในห้องปฏิบัติการเป็นเวลานานหลายสัปดาห์

ความคงตัวของเซลล์สดที่นำกลับมาฉีดทันทีในวันเดียวกัน ช่วยให้เซลล์ทรงประสิทธิภาพสูงสุดในการเข้าฟื้นฟูข้อต่อที่เสื่อมสภาพ

การใช้เซลล์สดโดยตรงช่วยลดความเสี่ยงจากสารเคมีในขั้นตอนการเลี้ยงเซลล์ ทำให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยระดับสูงสุดตลอดการรักษา


เปรียบเทียบสเต็มเซลล์ SVF กับ PRP และกรดไฮยาลูรอนิก

การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ SVF แตกต่างจาก PRP และกรดไฮยาลูรอนิกตรงที่ SVF มีเซลล์ต้นกำเนิดมีชีวิตที่ซ่อมแซมและสร้างกระดูกอ่อนใหม่ได้จริง ส่วน PRP ปล่อยเพียงโกรทแฟกเตอร์ระยะสั้น และกรดไฮยาลูรอนิกทำหน้าที่เพียงสารหล่อลื่นชั่วคราว ไม่ได้ซ่อมแซมโครงสร้างข้อต่อที่เสียหาย

การเปรียบเทียบคุณสมบัติของการรักษาแต่ละรูปแบบจะช่วยให้ผู้ป่วยเห็นภาพความแตกต่างและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองได้ดีที่สุด

| คุณสมบัติ | สเต็มเซลล์ SVF | PRP (Platelet-Rich Plasma) | HA (Hyaluronic Acid) |

| --- | --- | --- | --- |

| แหล่งที่มา | เนื้อเยื่อไขมันตัวเอง | เกล็ดเลือดจากเลือดตัวเอง | สารสังเคราะห์เลียนแบบน้ำเลี้ยงข้อ |

| กลไกหลัก | ฟื้นฟูและสร้างเนื้อเยื่อระดับเซลล์ | หลั่งโกรทแฟกเตอร์ลดอักเสบ | เคลือบผิวข้อลดการเสียดสีชั่วคราว |

| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ยาวนาน 1 - 3 ปี | ประมาณ 3 - 6 เดือน | ประมาณ 6 เดือน |

| เหมาะสำหรับ | ข้อเสื่อมระยะปานกลางถึงรุนแรง | ข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น หรืออักเสบเล็กน้อย | ผู้ที่ต้องการลดอาการขัดในข้อต่อ |

แม้ว่า Platelet-Rich Plasma จะช่วยลดการอักเสบได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดในเคสที่มีการอักเสบเรื้อรังรุนแรงเนื่องจากไม่มีเซลล์ต้นกำเนิดในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

เกล็ดเลือดเข้มข้นใน PRP สามารถปล่อยโกรทแฟกเตอร์ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการฉีดซ้ำบ่อยครั้งทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน

ส่วนหน้าที่ของ Hyaluronic Acid ทำได้เพียงเป็นน้ำหล่อลื่นชั่วคราวเพื่อลดการขัดถู ไม่ได้ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างกระดูกอ่อนที่เสียหายจริง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรค ข้อเข่าเสื่อม ระยะปานกลาง

การรวมพลังของเซลล์ต้นกำเนิด เซลล์พรีเคอร์เซอร์ และโกรทแฟกเตอร์ ช่วยให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูที่สมบูรณ์และครอบคลุมมากกว่าการฉีดสารเดี่ยวๆ

นอกจากนี้ การบำบัดด้วยเซลล์สดจากไขมันยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการซ่อมแซมตัวเองของข้อต่อในระยะยาว

การเลือกนวัตกรรมที่ตรงกับระดับความเสื่อมของข้อต่อจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาสัมฤทธิ์ผลสูงสุด


ขั้นตอนการรักษาอาการปวดด้วยสเต็มเซลล์ SVF จากไขมันตัวเอง

ขั้นตอนการรักษาเริ่มจากการฉีดยาชาและดูดไขมันหน้าท้องปริมาณเล็กน้อย นำมาปั่นแยกเซลล์ด้วยเครื่อง Centrifugation System ในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อใช้เวลา 60-90 นาที จากนั้นแพทย์จะนำเซลล์สดที่ได้ฉีดกลับเข้าสู่ข้อต่อที่อักเสบโดยใช้อัลตราซาวนด์นำทางเพื่อความแม่นยำ

การทำหัตถการใช้เวลาไม่นานและมีความปลอดภัยสูง โดยมีลำดับขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ดังนี้


  1. แพทย์ทำการฉีดยาชาเฉพาะที่และดูดสกัดเนื้อเยื่อไขมันบริเวณหน้าท้องหรือต้นขาในปริมาณเพียงเล็กน้อย

  2. นำไขมันเข้าสู่กระบวนการสกัดผ่าน Centrifugation System ในห้องปฏิบัติการ

  3. ระยะเวลาในการปั่นแยกและสกัดเซลล์สดใช้เวลาประมาณ 60 - 90 นาทีในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน

  4. แพทย์ฉีดเซลล์สดกลับเข้าสู่จุดที่อักเสบหรือข้อต่อที่บาดเจ็บอย่างแม่นยำด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

  5. ผู้ป่วยพักฟื้นสั้นๆ และสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และซาวด์ประเมินข้อต่ออย่างละเอียดเพื่อระบุตำแหน่งอักเสบที่ต้องการฉีดให้แม่นยำที่สุด

กระบวนการดูดไขมันใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษ ทำให้เกิดบาดแผลขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร และผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยระหว่างฉีดยาชา

ระหว่างที่รอผลการสกัดเซลล์ในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนในห้องพักรับรองได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องดมยาสลบ

เมื่อสกัดกลุ่มเซลล์บริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำเซลล์สดมาฉีดเข้าตำแหน่งที่มีปัญหาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทางเพื่อความแม่นยำสูงสุด

หลังทำหัตถการ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อต่อหนักเกินไปในช่วงสัปดาห์แรก และปฏิบัติตามคำแนะนำในการ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อข้อต่อ เพื่อให้เซลล์สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีหลังการฉีดเซลล์จะช่วยส่งเสริมให้กระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติทำงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ป่วยควรประคบเย็นบริเวณที่ทำการดูดไขมันในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมปูดหรือรอยเขียวช้ำตามคำแนะนำของแพทย์

การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นตัวของเซลล์


ใครบ้างที่เหมาะสำหรับการรักษาอาการปวดด้วยสเต็มเซลล์ SVF

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการทำหัตถการนี้คือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ผู้ที่มีอาการปวดเส้นเอ็นเรื้อรังจากการเล่นกีฬา และผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่หรือทานยาแก้ปวดต่อเนื่องยาวนาน รวมถึงผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการทำกายภาพบำบัด

กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถรับประโยชน์สูงสุดจากการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันประกอบด้วยหลายกลุ่มอาการ ดังนี้


  • ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมและข้อต่ออักเสบเรื้อรังที่ไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่

  • ผู้ที่มีอาการปวดเอ็น กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อบาดเจ็บเรื้อรังจากการเล่นกีฬา

  • ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรับประทานยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ หรือการฉีดสารหล่อลื่นทั่วไป

  • ผู้ที่ผ่านการทำกายภาพบำบัดแล้วแต่อาการปวดอักเสบยังคงรบกวนชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกอ่อนสึกหรอจากการใช้งานหนักหรือจากอายุที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากกระบวนการซ่อมแซมเซลล์

นอกจากนี้ กลุ่มนักกีฬาที่มีการบาดเจ็บของเส้นเอ็นเรื้อรังและต้องการฟื้นฟูโครงสร้างให้กลับมาสมบูรณ์โดยเร็ว ก็สามารถรับการปฏิบัตินี้ได้เช่นกัน

การรักษาด้วยเซลล์ตนเองยังช่วยลดความเสี่ยงจากการรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบกัดกร่อนกระเพาะและไต


ข้อห้ามและข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำหัตถการ

แม้ว่าจะเป็นการใช้เซลล์ของตนเอง แต่มีข้อจำกัดบางประการทางการแพทย์ที่ทำให้ผู้ป่วยบางกลุ่มไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้


  • ผู้ที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดเซลล์

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยังรักษาไม่หายขาดหรืออยู่ในระยะแพร่กระจาย

  • ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดอย่างรุนแรง

  • สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร

ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหะสูงที่ยังควบคุมได้ไม่ดี ควรได้รับการปรับระดับยาและดูแลให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยก่อนทำหัตถการ

สำหรับผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อวางแผนการหยุดยาอย่างปลอดภัยก่อนการดูดไขมัน

ก่อนเข้ารับการทำหัตถการ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและซักประวัติอย่างละเอียด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายและรับประกันความปลอดภัยสูงสุด

การเตรียมตัวที่ถูกต้องและการคัดกรองอย่างถี่ถ้วนถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปราศจากผลข้างเคียง


แก้ไขความเข้าใจผิด สเต็มเซลล์ SVF ไม่ใช่สกินแคร์หรืออาหารเสริม

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ระบุว่าสเต็มเซลล์ไม่สามารถรอดชีวิตในครีมทาผิวหรืออาหารเสริมได้ การรักษาด้วยสเต็มเซลล์จึงไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์เฉพาะบุคคลที่ต้องสกัดและฉีดเซลล์สดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น

ผู้บริโภคจำนวนมากมักโดนโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงเกี่ยวกับการใช้เซลล์ต้นกำเนิดในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ซึ่งขัดต่อหลักการวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์


  • เซลล์มีชีวิตต้องการออกซิเจน สารอาหาร และอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงไม่สามารถรอดชีวิตในบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางได้

  • กรดในกระเพาะอาหารจะย่อยสลายเซลล์และโปรตีนทั้งหมดหากรับประทานในรูปแบบอาหารเสริม

  • การฉีดเซลล์ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

  • การเลือกรับบริการควรตรวจสอบมาตรฐานห้องปฏิบัติการคัดแยกเซลล์ทุกครั้ง

การอ้างว่าสกินแคร์หรืออาหารเสริมมีเซลล์ต้นกำเนิดมีชีวิตอยู่จริงจึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงตามหลักชีววิทยาทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างมากที่สุดอาจมีเพียงสารสกัดโปรตีนหรือกรดอะมิโน ซึ่งไม่สามารถแบ่งตัวหรือฟื้นฟูโครงสร้างกระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพได้

ผู้ป่วยที่ต้องการผลลัพธ์ในการรักษาข้อต่อเสื่อมอย่างจริงจัง จึงต้องเข้ารับการทำหัตถการทางการแพทย์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การรับบริการทางการแพทย์ที่ถูกต้องและได้มาตรฐานจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่มีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ตามความคาดหวังทางการแพทย์อย่างแท้จริง

การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนการตัดสินใจรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับสภาวะร่างกายของตนเองมากที่สุด


คำถามที่พบบ่อย

สเต็มเซลล์ SVF คืออะไร และช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้อย่างไร?

สเต็มเซลล์ SVF (Stromal Vascular Fraction) คือเซลล์ผสมที่สกัดจากเนื้อเยื่อไขมันของผู้ป่วย มี Stem Cell เข้มข้นและโกรทแฟกเตอร์จำนวนมาก เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่มีปัญหา เซลล์จะหลั่งสารต้านการอักเสบ ลดปวด และกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เยื่อหุ้มข้อ หรือกระดูกอ่อนที่สึกหรอ ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์ได้อย่างตรงจุด

สเต็มเซลล์ SVF ใช้เซลล์ต้นกำเนิดและโกรทแฟกเตอร์เข้มข้นจากไขมัน มีฤทธิ์ซ่อมแซมเนื้อเยื่อเรื้อรังได้ยาวนานและเข้มข้นกว่า PRP จากเลือด 500-1,000 เท่า ส่วนกรดไฮยาลูรอนิก (HA) เป็นเพียงการเติมน้ำหล่อเลี้ยงข้อชั่วคราว ไม่ได้มีกลไกฟื้นฟูโครงสร้างเซลล์ที่เสียหายเหมือน SVF

ผู้ที่เหมาะกับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ SVF คือผู้มีภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ผู้ที่มีอาการปวดเอ็นหรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ตลอดจนผู้ที่รักษาด้วยยาหรือกายภาพบำบัดแล้วไม่เห็นผล และต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ โดยต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการ

การฉีดสเต็มเซลล์ SVF มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากใช้เซลล์ของตัวเอง (Autologous Transfer) ทำให้อัตราการแพ้หรือปฏิเสธเนื้อเยื่อลดลงเหลือ 0% กระบวนการสกัดใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที ด้วยเครื่องปั่นเหวี่ยงสกัดเซลล์ในห้องปฏิบัติการมาตรฐานภายใต้การดูแลของแพทย์ตามข้อกำหนดแพทยสภา

ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ SVF ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ต้องใช้ดูดสกัด ตำแหน่งและจำนวนจุดที่ต้องฉีดรักษา ความซับซ้อนของโรค รวมถึงมาตรฐานของห้องปฏิบัติการสกัดเซลล์และเทคโนโลยี Centrifugation System โดยแพทย์จะประเมินแผนการรักษาและแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายเฉพาะบุคคลก่อนเริ่มขั้นตอนเสมอ

สเต็มเซลล์ SVF ไม่สามารถอยู่ในรูปของครีมทาผิวหรืออาหารเสริมได้ ตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ สเต็มเซลล์คือเซลล์ที่มีชีวิตซึ่งต้องเก็บรักษาและสกัดด้วยกระบวนการทางการแพทย์เฉพาะบุคคลเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ทาผิวหรืออาหารเสริมที่อ้างว่ามีสเต็มเซลล์จึงไม่ใช่สเต็มเซลล์จริง แต่เป็นเพียงสารสกัดหรือสารบำรุงทั่วไป


ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page