ข้ามไปเนื้อหาหลัก
oppame.com

ศัลยกรรมตัดกราม ปรับกล้ามเนื้อตา

30 สิงหาคม 2565 • อ่าน 1 นาที38,773 วิว

สวัสดีค่ะทุกคนนนน คิดถึงนานะกันมั้ยคะ…? นานะวันนี้มาพร้อมกับรีวิวศัลยกรรมเกาหลีอีกเช่นเคย สิ้นปีแบบนี้เชื่อว่าทุกคนมีแพลนอยากเปลี่ยนแปลงต...

สวัสดีค่ะทุกคนนนน คิดถึงนานะกันมั้ยคะ…?

นานะวันนี้มาพร้อมกับรีวิวศัลยกรรมเกาหลีอีกเช่นเคย สิ้นปีแบบนี้เชื่อว่าทุกคนมีแพลนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นใช่มั้ยคะ

และในเมื่อทำศัลยกรรมทั้งทีจะทำแค่อย่างเดียวได้ยังไง

ต้องจัดเต็มเท่านั้นนนน!!!

เพราะฉะนั้นวันนี้นานะจะมารีวิวศัลยกรรมแบบจัดเต็มทั้งหน้า และหน้าอกไปด้วยเลย โดยตอนแรกจะจัดเต็มกันที่ใบหน้าก่อน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูเคสของสาวสวยคนนี้กันค่ะ

รายการศัลยกรรม

ผ่าตัดลดโหนกแก้มและกราม

ปรับกล้ามเนื้อตาแบบเย็บจุด

เสริมหน้าอก & ดูดไขมันส่วนเกินใต้รักแร้

สวัสดีค่ะทุกคนนนน

วันนี้ฉันจะมาแชร์ประสบการณ์การทำศัลยกรรมครั้งที่ใหญ่สุดในชีวิต ทั้งใบหน้าและหน้าอกพร้อมกันทีเดียว ซึ่งใช้เวลาผ่าตัดยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงเลยค่ะ

มาเริ่มต้นที่ใบหน้ากันก่อน จุดที่ฉันกังวลใจบนใบหน้าหลักๆ ก็คือโหนกแก้มกับกรามค่ะ ถ้าสังเกตจากในภาพดีๆ จะเห็นว่าฉันเป็นคนรูปหน้าค่อนข้างยาวก็จริง แต่กรอบหน้าไม่สมูทหรือละมุนเท่าไร เลยดูเหมือนผู้ชาย ไม่สวยหวานแบบผู้หญิงเลย

โดยเฉพาะโหนกแก้มที่ยื่นออกมาไม่รับกับกราม เวลาถ่ายรูปต้องคอยหันข้างหลบ หรือไม่ก็ต้องมานั่งแต่งรูป รู้สึกไม่มั่นใจเอามากๆ เลยค่ะ

ส่วนเปลือกตาก็ดูล้า ไม่สดใส ชั้นตาตกลงมาเล็กน้อย ถ้าตาดูโตและสดใสกว่านี้ก็น่าจะช่วยให้หน้าดูเด็กลงไปด้วย

วันที่เข้าผ่าตัดรู้สึกตื่นเต้น กังวล แล้วก็ประหม่าผสมปนเปกันไปหมดเลยค่ะ เป็นการศัลยกรรมึครั้งแรกในชีวิตด้วย กลัวว่าจะเป็นอันตรายอะไรมั้ย

แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลนานะปลอดภัยมากๆ หลังจากได้คุยกับคุณหมอรู้เลยว่าท่านมีประสบการณ์เยอะมากจริงๆ และการวางยาสลบก็ปลอดภัยเพราะมีทีมแพทย์คอยดูแลตลอดทุกการผ่าตัด

เรียกได้ว่าในที่สุดฉันก็ออกมาอย่างปลอดภัยหายห่วงค่ะ

หลังจากออกจากห้องผ่าตัดก็จะประมาณนี้เลย อยากจะบอกว่ารู้สึกคอแห้งและหิวน้ำมากกว่าเจ็บตรงจุดที่ศัลยกรรมอีกค่ะ

เพราะว่าสลบไปหลายชั่วโมงบวกกับไม่มีกินอะไรมาเลย ทำให้หิวน้ำมาก แต่ก็ยังกินไม่ได้เลยทันที จะทรมานก็ตรงนี้แหละค่ะ

ส่วนสายที่ทุกคนเห็นเป็นสายของถุงระบายเลือดที่จะมีไว้ เพื่อไม่ให้เลือดคั่งด้านใน ไม่งั้นหายจะบวมช้ำช้าลง และทางคุณหมอก็พันผ้ารัดหน้าไว้ไม่ให้โดนจุดที่ผ่าตัดค่ะ

จะบอกว่าไม่เจ็บก็ไม่ใช่ แต่มันตึงๆ หน่วงๆ มากกว่าค่ะเพราะยังขยับปากมากไม่ได้ แล้วด้วยความที่ทำหน้าอกด้วย ก็เลยรู้สึกตึงไปทั้งหน้าและหน้าอกเลยค่ะ

วันที่ 2

ยังบวมไม่สุดค่ะ คุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้จะบวมกว่านี้ หลังจากนั้นถึงค่อยๆ ลดลง เช้านี้พยาบาลและคุณหมอจัดการเอาถุงระบายเลือดออกเลยรู้สึกสบายขึ้น

แต่ก็ยังอ้าปากลำบากอยู่ค่ะ แล้วก็มีปวดๆ ที่กรามกับโหนกแก้มบ้าง เวลาทานอาหารต้องใช้ช้อนเด็กเลยค่ะ แล้วก็ต้องบ้วนปากบ่อยๆ เพราะการผ่าตัดกรอบหน้าจะมีผ่าผ่านช่องปากด้วยเลยมีไหมอยู่ข้างใน ต้องคอยบ้วนปากไม่ให้เศษอาหารเข้าไปติดจนติดเชื้อได้

ส่วนที่ทำปรับกล้ามเนื้อตาแบบเย็บจุดไปอันนี้สบายๆ เลยค่ะ ไม่เจ็บ ไม่ระคายเคือง แต่มีบวมตึงบ้างเล็กน้อย

วันที่ 3

วันนี้บวมขึ้นมาจากเมื่อวานเล็กน้อย โชคดีที่ไม่เยอะจนหน้าตกใจ แต่รอยช้ำม่วงที่เปลือกตาเริ่มมาแล้ว คือมันไม่เจ็บไม่อะไรเลยนะคะ แค่ช้ำเฉยๆ

ส่วนผ้าที่รัดหน้าไว้ วันพรุ่งนี้สามารถเอาออกได้แล้ว แนะนำให้กินแต่อาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวเยอะไปก่อนค่ะ เพราะยังเคี้ยวอะไรไม่ค่อยได้เท่าไร

วันที่ 5

วันนี้ฉันเอาผ้ารัดหน้าออกได้แล้วค่ะ รู้สึกโล่งขึ้นเยอะมากเลย ปากเริ่มอ้าได้บ้างแล้ว แต่ยังคงทานได้แต่คำเล็กๆ ยังเคี้ยวอะไรแข็งๆ ไม่ค่อยได้

ความบวมเริ่มลดลง เปลี่ยนมาเป็นรอยช้ำเขียวม่วงที่รอบดวงตาแทน ตรงเปลือกตาบนที่ทำปรับกล้ามเนื้อตาไป ตอนนี้ม่วงเห็นชัดแล้วค่ะ

วันนี้โดยรวมไม่มีอาการเจ็บอะไรเลย ทุกอย่างปกติมากค่ะ

วันที่ 7

วันนี้เข้าไปตัดไหมกับทางโรงพยาบาลตรงจอนหู โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนไหมในช่องปากเป็นไหมละลาย เพราะฉะนั้นพอระยะเวลาผ่านไปมันจะค่อยๆ ละลายไปเองค่ะ

ครบ 14 วัน (2 สัปดาห์)

รอยช้ำม่วงเขียวจางลงพอสมควรแล้วค่ะ รอยเย็บตรงบริเวณจอนหูก็จางลงด้วยเหมือนกัน รวมถึงอาการบวมก็ลดลงด้วย ฉันเริ่มกินอะไรได้มากขึ้น แต่ยังเคี้ยวของเหนียวของแข็งมากๆ ไม่ค่อยได้ น่าจะต้องหลังจาก 2 เดือนไปแล้วถึงจะดีขึ้นค่ะ

แต่โดยรวมเริ่มอ้าปากได้มากขึ้นและเห็นโครงหน้ากับเปลือกตาชัดขึ้นแล้ว

ครบ 1 เดือน

และแล้ววันนี้ที่รอคอยก็มมาถึง ฉันสามารถแต่งหน้าได้แล้วค่ะทุกคน ความจริงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่ 2 อาทิตย์แรกแล้ว

แต่พอครบ 1 เดือนรอยช้ำและความบวมหายไปเยอะเลย โดยเฉพาะตาที่ความม่วงช้ำหายไปแล้ว เริ่มเห็นชั้นตาชัดเจน ตาหวานขึ้นมากเลยค่ะ

ส่วนโหนกแก้มและกรามถึงแม้จะยังมีบวมๆ อยู่บ้าง แต่ก็เริ่มเห็นโครงหน้าขึ้นมาบ้างแล้ว มีรู้สึกชาๆ อยู่บ้าง แต่คุณหมอบอกว่า หลังจาก 3-6 เดือนเป็นต้นไปมันจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติค่ะ

ครบ 2 เดือน

ชั้นตาเห็นชัดเจน ดูคมสวยและพอตาสดใสขึ้นหน้าก็ดูสวยหวานขึ้นจริงๆ ค่ะ ส่วนโหนกแก้มกับกรามไม่ต้องพูดถึงเลย มันดูละมุนขึ้นเยอะมากๆ

หน้าของฉันดูหวานมากขึ้น ไม่เหมือนแต่ก่อนที่เห็นโหนกชัดจนดูเหมือนผู้ชาย อยากบอกว่ารู้สึกชอบและพอใจในผลลัพธ์มากเลยค่ะ

เริ่มอ้าปากได้เต็มที่แล้ว เคี้ยวอาหารได้หลากหลายมากขึ้น แต่ยังมีบ้างที่ยังเคี้ยวอาหารที่แข็งเกินไปไม่ค่อยไหว

แต่ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิม 70% เลยค่ะ

ครบ 3 เดือน

มาดูรอยเย็บที่ตรงจอนหูกันค่ะ มันจางลงไปเยอะมากจนไม่เห็นรอยแล้ว

สำหรับคนที่กังวลว่าศัลยกรรมแล้วจะมีรอยแผลเป็นมั้ย ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะมันจะจางลงไปเร็วมากๆ จนไม่ทิ้งรอยเลย

สุดยอด~!! 😍👍

มาดูภาพหน้าตรงกันบ้าง

เป็นไงบ้างคะ? หน้าเรียวเล็กลงไปมากเลยใช่มั้ย?

ฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน ผ่านไปแค่ 3 เดือนหน้าเรียวลงมาขนาดนี้แล้ว แถมตาก็ดูสดใสขึ้น กลับมาดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น คิดถูกแล้วจริงๆ ที่ตัดสินใจมาศัลยกรรมที่โรงพยาบาลนานะ

สำหรับใครที่ลังเลหรือสนใจที่จะเข้ามาปรึกษา สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่โรงพยาบาลนานะค่ะ ทางเรายินดีให้บริการลูกค้าไทยทุกท่านเลย

แล้วพบกันนะคะ 💁

  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมเกาหลีได้ที่ LINE Official: https://bit.ly/2V4M2Af
  2. เยี่ยมชมหน้าโปรไฟล์ ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาศัลยกรรมเกาหลีได้ที่นี่: https://oppame.co.th/sm-surgery/consultant/sm-surgery/
แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟอกเลือด HemaPure รีวิวโปรโมชั่น 2 แถม 1 เพียง 7 ล้านวอน — ฟอกเลือด HemaPure
25 กรกฎาคม 2569อ่าน 2 นาที33,688

ฟอกเลือด HemaPure รีวิวโปรโมชั่น 2 แถม 1 เพียง 7 ล้านวอน

เจาะลึกรีวิวฟอกเลือด HemaPure โปรโมชั่นซื้อ 2 แถม 1 ราคา 7 ล้านวอน ช่วยกรองไขมัน โลหะหนัก ลดความหนืดเลือด พร้อมทำควบคู่ Stem Cell SVF เพื่อสุขภาพที่ดี

รีวิวไปฉีด Stem Cell ที่เกาหลี ประสบการณ์จริง ตั้งแต่สนามบินจนกลับไทย
2 กรกฎาคม 2569อ่าน 1 นาที19,780

รีวิวไปฉีด Stem Cell ที่เกาหลี ประสบการณ์จริง ตั้งแต่สนามบินจนกลับไทย

รีวิวประสบการณ์เดินทางไปฉีด Stem Cell ที่ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่เดินทาง ตรวจสุขภาพ ฉีดสเต็มเซลล์ พักฟื้น พร้อมค่าใช้จ่าย สิ่งที่ควรรู้ และคำถามที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจ

รีวิวโปรแกรม HemaPure โปรแกรมฟื้นฟูเลือดยอดนิยมจากเกาหลี คุ้มค่าหรือไม่? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
1 กรกฎาคม 2569อ่าน 1 นาที16,438

รีวิวโปรแกรม HemaPure โปรแกรมฟื้นฟูเลือดยอดนิยมจากเกาหลี คุ้มค่าหรือไม่? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

รีวิวประสบการณ์โปรแกรม HemaPure จากเกาหลี ทำความเข้าใจหลักการทำงาน ขั้นตอน ประโยชน์ กลุ่มที่เหมาะสม และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่งรูปและความต้องการของคุณมาทางไลน์ ทีมที่ปรึกษาจะแนะนำโรงพยาบาล คุณหมอ และราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด